ความร่วมมือแบบยืดหยุ่น Stretch Collaboration

เดิมทีเราอาจจะมองว่า Collaboration นั้นคือการหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว ต้องมีความคิดเหมือนกัน เดินหน้าไปทิศทางเดียวกัน

และจำเป็นต้องเห็นพ้องต้องกัน อีกทั้งยังต้องให้ผู้อื่นทำตามเรา โดยเราต้องสามารถควบคุมผู้อื่นได้ หรือผู้อื่นต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของเรา คำอธิบายนี้แท้จริงแล้ว คือลักษณะของ “การขอความร่วมมือ”

ที่หรือในภาษาอังกฤษเรียกว่า Cooperation ที่ต้องการให้ผู้คนปฏิบัติตามสิ่งที่ร้องขอ ซึ่งแตกต่างจากคำว่า Collaboration (ความร่วมมือในการทำงาน หรือปฏิบัติภารกิจร่วมกัน) ดังนั้นจึงมีคนเข้าใจผิด และกลายเป็นความเชื่อที่ผิดเรื่อยมา  Collaboration ในทางปฏิบัติแล้วนั้น คือ การร่วมมือกันทำงานภายใต้สถานการณ์ที่ซับซ้อน และกับผู้คนที่มีความหลากหลาย ความร่วมมือกันทำงานที่แท้จริงนั้นจึงไม่สามารถอยู่ภายใต้การควบคุมได้ 100%

จากหนังสือ Collaborating with the enemy : How to work with people you don’t agree with or like or trust โดย Adam Kahane ได้แนะนำความร่วมมือรูปแบบใหม่ที่เรียกว่า “ความร่วมมือแบบยืดหยุ่น” หรือ Stretch Collaboration ซึ่งกล่าวถึงรูปแบบการร่วมมือที่แตกต่างไปจากเดิม เป็นการร่วมือที่เปิดรับความท้าทายที่จะเกิดความขัดแย้ง ความไม่เห็นพ้องต้องกัน การลองผิดลองถูกและร่วมกันสร้างสรรค์ผลงาน Adam Kahane เปรียบเทียบความร่วมมือนี้ว่า เป็นเหมือนกัน “การฝึกศิลปะการต่อสู้” ที่ต้องฝึกให้มีความพร้อมในการรับมือกับความไม่แน่นอน และรู้จังหวะในการตอบโต้ หรือตั้งรับ

โดยมีหลักการพื้นฐาน 3 ข้อ ในการเปลี่ยนแปลงสู่ความร่วมมือแบบยืดหยุ่น

1.การประสานความร่วมมือกับกลุ่มผู้ร่วมงาน ที่ต้องเปิดรับทั้งความเห็นพ้องและความขัดแย้ง แทนที่การมุ่งไปที่ความเป็นหนึ่งเดียวเหมือนเดิม การเปิดเวทีให้ได้โต้เถียงกันทางความคิด และมุมมอง นั้นเปิดโอกาสให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ หรือทางออกใหม่ๆ

2. ปรับเปลี่ยนวิธีการทำให้งานเดินหน้าไปได้ โดยหลีกเลี่ยงการมองหาความเห็นที่ตรงกันเพื่อหาทางออกเพียงหนึ่งเดียว และเปลี่ยนมาใช้การทดลองเรียนรู้จากวิธีการที่หลากหลาย เปิดโอกาสให้มีการลองผิดลองถูก ทั้งนี้กระบวนการเหล่านั้นต้องทำไปอย่างเป็นระบบ มีการกำหนดเวลา และการยอมรับความเสียหายที่ชัดเจน เพื่อป้องกันการสูญเสียที่มากเกินควบคุม

3. รูปแบบการมีส่วนร่วมต่อแต่ละสถานการณ์ โดยเปลี่ยนจากการเป็นผู้นำการควบคุม และ กำหนดการเปลี่ยนแปลงให้ผู้คนทำสิ่งต่างๆ เป็นการเข้าไปมีส่วนร่วม หรือเปิดโอกาสให้คนอื่นมามีส่วนร่วมในการปฏิบัติงานหรือต่อสถานการณ์นั้นๆ

แน่นอนว่าการร่วมมือลักษณะนี้เป็นเรื่องท้าทาย กว่าการทำงานเพียงลำพัง เพราะเราต้องทำในสิ่งที่อยู่นอกความเคยชินที่เราเคยทำ เป็นการเพิ่มความยุ่งยาก ซับซ้อนในการทำงาน ความรู้สึกดังกล่าวมักสร้าความอึดอัดในช่วงแรกๆ แต่การร่วมมือลักษณะนี้เป็นการเปิดมุมมองให้เรามองเห็นทางเลือกในการทำงาน หลีกเลี่ยงการจดจ่ออยู่กับประเด็นใดประเด็นหนึ่ง หรือแผนการทำงานแบบใดแบบหนึ่งที่ดีที่สุด และมุ่งเน้นไปที่ความหลากหลาย และการให้ความสำคัญกับทางออกอื่นๆที่สามารถเป็นไปได้ รวมถึงยังเป็นการให้ความสำคัญกับบุคลากรผู้มีส่วนร่วมสร้างสรรค์งานคนอื่นๆ

เรียบเรียง สรุป และวิเคราะห์จาก Adam Kahane, (2017). Collaborating with the enemy: How to Work with People You Don’t Agree with or Like or Trust, published by Berrett-koehler publishers

Posted in บทความ and tagged , , , , .